ทำไมน๊า ทุกวันนี้ถึงได้รู้สึกเหมือนกับว่า แบกความทุกข์ไว้บนบ่า ทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ (มั้ง) เฮ้อ...น่าเบื่อเนาะ
จริงๆแล้ว แอบเหงา 555 (เหอะๆๆ แค่ขำๆ) เมื่อวาน เข้าไฮ5 ของนิด แล้วเจอเพลง I Cry ฟังเสร็จก็ อืม.... เฮ้อ...
I cry
But nobody hears me I cry
It's my only solution I cry
To all this confusion I cry
With all of my heart I cry
เหอะๆๆ ไม่ว่าจะทำไง อะไรๆมันก็คงไม่ดีขึ้นไปกว่านี้แล้วหล่ะมั้ง ว้อยย หลายเรื่องเหลือเกิน ทำไมพระเจ้าถึงไม่รอให้มันจบไปทีละเรื่องๆนะ ก่อนจะประทานเรื่องใหม่มาให้เราแก้ปัญหาหน่ะ (เฮ้อ...)
********************
ช่วงนี้ปิดเทอม ยิ่งปิดเทอมยิ่งฟุ้งซ่านหนักเลย (ขอบอกๆ) มานั่งคิดว่า เป็นแบบนี้ต่อไป ดีแล้วแน่เหรอ ไม่ทำอะไรเลย ดีแล้วแน่เหรอ แต่มันก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้อ่ะ ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไม -*- งี่เง่าเนอะ กับแค่เรื่องง่ายๆ ยังคิดไม่ได้ ว้อยยย เซ็ง
2007/Oct/15
2007/Oct/11
โห ไม่ได้อัพนานมาก เข้ามาอีกที อัพไม่เป็น (กร๊าก งี่เง่าได้อีก)
ที่หายหัวไปก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก ไปนั่งเล่นไฮ5 อ่ะ ช่วงนี้เป็นบ้าไรไม่รุ เพื่อนในเจอร์ฮิตไฮ5 เลยไปอัพเพิ่มซะหน่อย 555 อัพไปอัพมา หลงมัวเมาอยู่ในนั้น หาทางออกไม่ถูก 555 (งี่เง่าจริงชั้น)
มาอัพแค่นี้แหละ เหนื่อยอ่ะ ทำบุญบ้าน เด๋วพรุ่งนี้มาเล่าละกัน ไปแระ นอนก่อนนะ
บายๆ
หนกนะพา
edit @ 11 Oct 2007 00:23:22 by Ji-N-oK
2007/Sep/09
ไม่ได้อัพมานาน อัพซะบ้าง ระบายเรื่องรกสมองออกไปซะบ้าง จะได้ไม่ฟุ้งซ่านตาย
ป่าว...ไม่ได้เครียด...ไม่ได้โกรธ...แต่แค่รู้สึกแย่ แย่กว่าที่เคยเป็น ทั้งๆที่คิดว่า ต่อไปจะไม่รู้สึกอะไรแล้วแท้ๆ
เราคิดเสมอว่า ถ้าเป็นเพื่อนกัน เราจะไม่ทำให้เพื่อนร้องไห้ แต่เราก็ทำมันไปแล้วหล่ะ (ถึงจะทำไปแบบไม่ค่อยสมบูรณ์แบบเท่าไหร่ก็ตามที)
นั่นสินะ จะคิดทำไม กับความสมบูรณ์แบบ หรือไม่สมบูรณ์แบบ มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบที่เกิดกับเราเอง จะโทษใครได้ (หึๆ ก็แค่เราเลว แค่นั้นเอง)
ก็อย่างที่บอก เราคิดตลอดว่า จริงๆแล้ว เราเป็นเพื่อนกัน คบกันมาหลายปี (สำหรับเรา ถ้าเกิน 1 ปีครึ่ง มันก็คือคำว่าหลายปี) น่าจะรู้ น่าจะเข้าใจบ้าง ว่าเราเป็นคนยังไง แต่เราลืมไปว่า ที่ตรงนี้ คือที่ใหม่ ที่ๆไม่ใช่ของเรา เราแค่เดินมาเจอมันเข้า แล้วก็เข้าไปร่วมวงแค่นั้น เราลืมไปจริงๆ และไอ้การที่เราลืมแบบนี้นี่แหละ ทำให้เราเผลอทำในสิ่งที่เราเป็น เผลอให้ความจริงใจ เผลอคิดไปว่า ต้องให้ทุกคน ชินในสิ่งที่เราเป็น แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม อาจจะเป็นเพราะ เรารีบร้อนที่จะบอกพวกเค้าเกินไป ว่าจริงๆแล้ว เราเป็นคนยังไง ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เอาเถอะ เรามาคิดดูแล้วหลายครั้ง นานแล้วด้วย แต่ก็ไม่เคยทำมันได้ซักครั้ง จนตอนนี้ เราเริ่มทำได้แล้ว ช่วยดีใจกับเราหน่อยแล้วกันนะ
เรา...อาจจะคิดแตกต่างกับคนอื่นบ้าง แต่ก็นั่นแหละ ทุกคนก็มีความคิดแตกต่างกันไป จะให้ทำไงได้หล่ะ เราอาจจะติดนิสัย เป็นพวกชอบเล่นอะไรแรงๆ เวลาพูดก็จะฟังดูแรง จนทำให้ใครหลายคนรับไม่ได้ อืม....นั่นเป็นข้อเสียนี่เนาะ (ลืมไป นึกว่าคำชม) แต่นั่นก็คือ สิ่งที่มันติดมาเป็นนิสัยแล้ว มันอาจจะเป็นเพราะ เราอยู่ในครอบครัวแบบนี้ ครอบครัวที่เลี้ยงดูกันมาเหมือนพี่น้อง สามารถพูดคุย กัดกันได้ จนเป็นเรื่องธรรมดา หรือ เรา อาจจะคุ้นชิน กับเพื่อนๆ ที่รู้นิสัยกันมาอย่างดี เพราะเราอยู่ด้วยกันมามากกว่า 9 ปี หรือ เรา อาจจะคุ้นชินกับการที่คนอื่นกัดเราแรงกว่านี้หลายเท่า แต่เราไม่เอามาเป็นอารมณ์ นอกจากแกล้งโมโหเท่านั้น ก็ไม่อาจรู้ได้ เลยทำให้เรากลายเป็นคนแบบนี้ แต่ทั้งหมดนั้น ที่เกิดขึ้นกับเรามาตลอด เท่าที่จำได้ เราไม่เคยทำให้เพื่อนคนไหนร้องไห้มาก่อนเลย ทั้งๆที่เพื่อนบางคน เล่นซะจนเราอยากจะกรี๊ด หรือไม่ก็ร้องออกมาดังๆซะด้วยซ้ำ หรืออาจจะเพราะ คนเหล่านั้นเป็นเพื่อนของเรา นั่นสินะ...
พอเราคิดได้แบบนี้ เราก็รู้แล้ว ว่าเราควรจะทำยังไง และเราก็เริ่มทำแล้ว โดยการที่ เราก้าวถอยหลัง ออกมา 2 ก้าว จากที่เคยคิดว่าสนิทกันมาก จนตอนนี้เหลือแค่ฐานะ เพื่อนธรรมดา หรือไม่ก้ อาจจะเหลือแค่ เพื่อนรัก หล่ะมั้ง แล้วเราก็คิดว่า ต่อไป ความจริงใจที่เคยใส่ลงไป เราจะหยุดไว้แค่นี้แล้ว หยุดไว้แค่ที่ตัวเรา เพราะสิ่งที่เราทำให้ เค้าไม่เคยรู้เลย ว่าเราไม่เคยประสงค์ร้าย (มันเหนื่อยเกินไป กับการที่จะเทน้ำ ใส่แก้วที่รั่ว เพราะไม่ว่าจะใส่เท่าไหร่ น้ำในแก้วก็ไม่เต็มซักที)
แต่เราก็แอบสงสัยอยู่ดีว่า ในเมื่อเราถอยออกมาแล้ว ทำไมยังไม่พอใจอีก แต่เอาเถอะ ถ้าอยากให้ทำแบบไหน ให้พอใจ ก็บอกแล้วกัน ถ้าได้เข้ามาอ่าน ก็เขียนเอาไว้ในนี้ ว่าอยากให้เราทำยังไง หรือไม่ก็ไม่ต้องพูดอะไร ทำเป็นไม่ต้องรับรู้มันต่อไป เราก็จะทำเป็นไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นเช่นกัน
และจากนี้ไปนะ เพื่อนๆทุกคน ถ้าคุณมีใคร-หรือ-อะไร ที่คุณคิดว่า คุณไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง แล้วต้องขอแรงให้ดิชั้นช่วย ดิชั้นเต็มใจช่วยค่ะ แต่แค่บางเรื่องเท่านั้น เพราะถ้าจะให้ช่วยทุกเรื่องนั้นแล้ว คงจะยาก (เข้าใจกันมั๊ยว่าเรื่องอะไร) เพราะเมื่อคุณเติบโตขึ้น ดิชั้น ไม่ได้อยู่กับคุณตลอดไป และเมื่อคุณปีกกล้าขาแข็งและพร้อมที่จะโผบินขึ้นบนท้องฟ้า ดิชั้น ก็ไม่ได้ร่วมบินไปกับคุณ จงจำเอาไว้
ที่เราพูด เราไม่ได้จะบอกว่า เรา งอน เราโกรธ หรือประชด หรือจะกัดใคร (กรุณาอย่าจับเจ็บแล้วเอาไปเกลียดเราทีหลัง แตุ่ถ้าจะเกลียดเรา ก็เริ่มซะตั้งแต่ตอนนี้เถอะ มันจะได้จบๆไป) เราแค่อยากระบายเท่านั้น เพราะการที่เราจะหันหน้าไปคุยกับใครเรื่องนี้ มันแทบจำเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก เพราะทุกคน มีความคิดต่างกัน และทุกคน ต่างก็ยึดความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง (แม้แต่ตัวเราเอง) เพราะฉนั้น นี่คือการบ่นแบบ เราเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้หวังที่จะให้คนอื่นมาเข้าใจเราเท่าไหร่ เพราะไม่ว่ายังไง ผลที่เกิดตามมา ก็มีแค่ 2 อย่าง คือ บวก กับ ลบ ก็แค่นั้น
ปล. ไม่ต้องเครียดนะ เราถอยเอง ไม่ต้องห่วง
ปปล. เราคิดว่า เราพูด คำว่า ขอโทษ บ่อยเกินไป จนมันกลายเป็นคำที่ดูพร่ำเพรื่อไปแล้ว ต่อไป เราคงจะไม่พูดมันอีก
ปปปล. และตอนนี้ เราก็แค่คิดเฉยๆว่า ทำไม เราต้องพูดคำว่า ขอโทษ กับคนที่คอยจะทำร้ายน้ำใจเราด้วยกิริยา ท่าทาง ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว อยู่ตลอด
จงอย่าคิดว่า คนอย่างเรา มีแต่ความสุขตลอดเวลา
จงอย่าคิดว่า ถ้าทำผิดกับเราแล้ว เราจะอภัยให้ง่ายดายเสมอ เพราะไม่เคยเห็นเราโกรธใคร
จงอย่าคิดว่า เราโกรธใครไม่เป็น
และ จงอย่าคิดว่า ถึงเราจะปากร้าย แต่เราใจดี อย่้าได้ชะล่าใจเป็นอันขาด
เพราะถ้าคุณคิดแบบนี้ ตัวคุณเองนั่นแหละ ที่จะเป็นอันตรายเอง
บ๊ายบายนะคะ
ป่าว...ไม่ได้เครียด...ไม่ได้โกรธ...แต่แค่รู้สึกแย่ แย่กว่าที่เคยเป็น ทั้งๆที่คิดว่า ต่อไปจะไม่รู้สึกอะไรแล้วแท้ๆ
เราคิดเสมอว่า ถ้าเป็นเพื่อนกัน เราจะไม่ทำให้เพื่อนร้องไห้ แต่เราก็ทำมันไปแล้วหล่ะ (ถึงจะทำไปแบบไม่ค่อยสมบูรณ์แบบเท่าไหร่ก็ตามที)
นั่นสินะ จะคิดทำไม กับความสมบูรณ์แบบ หรือไม่สมบูรณ์แบบ มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบที่เกิดกับเราเอง จะโทษใครได้ (หึๆ ก็แค่เราเลว แค่นั้นเอง)
ก็อย่างที่บอก เราคิดตลอดว่า จริงๆแล้ว เราเป็นเพื่อนกัน คบกันมาหลายปี (สำหรับเรา ถ้าเกิน 1 ปีครึ่ง มันก็คือคำว่าหลายปี) น่าจะรู้ น่าจะเข้าใจบ้าง ว่าเราเป็นคนยังไง แต่เราลืมไปว่า ที่ตรงนี้ คือที่ใหม่ ที่ๆไม่ใช่ของเรา เราแค่เดินมาเจอมันเข้า แล้วก็เข้าไปร่วมวงแค่นั้น เราลืมไปจริงๆ และไอ้การที่เราลืมแบบนี้นี่แหละ ทำให้เราเผลอทำในสิ่งที่เราเป็น เผลอให้ความจริงใจ เผลอคิดไปว่า ต้องให้ทุกคน ชินในสิ่งที่เราเป็น แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม อาจจะเป็นเพราะ เรารีบร้อนที่จะบอกพวกเค้าเกินไป ว่าจริงๆแล้ว เราเป็นคนยังไง ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เอาเถอะ เรามาคิดดูแล้วหลายครั้ง นานแล้วด้วย แต่ก็ไม่เคยทำมันได้ซักครั้ง จนตอนนี้ เราเริ่มทำได้แล้ว ช่วยดีใจกับเราหน่อยแล้วกันนะ
เรา...อาจจะคิดแตกต่างกับคนอื่นบ้าง แต่ก็นั่นแหละ ทุกคนก็มีความคิดแตกต่างกันไป จะให้ทำไงได้หล่ะ เราอาจจะติดนิสัย เป็นพวกชอบเล่นอะไรแรงๆ เวลาพูดก็จะฟังดูแรง จนทำให้ใครหลายคนรับไม่ได้ อืม....นั่นเป็นข้อเสียนี่เนาะ (ลืมไป นึกว่าคำชม) แต่นั่นก็คือ สิ่งที่มันติดมาเป็นนิสัยแล้ว มันอาจจะเป็นเพราะ เราอยู่ในครอบครัวแบบนี้ ครอบครัวที่เลี้ยงดูกันมาเหมือนพี่น้อง สามารถพูดคุย กัดกันได้ จนเป็นเรื่องธรรมดา หรือ เรา อาจจะคุ้นชิน กับเพื่อนๆ ที่รู้นิสัยกันมาอย่างดี เพราะเราอยู่ด้วยกันมามากกว่า 9 ปี หรือ เรา อาจจะคุ้นชินกับการที่คนอื่นกัดเราแรงกว่านี้หลายเท่า แต่เราไม่เอามาเป็นอารมณ์ นอกจากแกล้งโมโหเท่านั้น ก็ไม่อาจรู้ได้ เลยทำให้เรากลายเป็นคนแบบนี้ แต่ทั้งหมดนั้น ที่เกิดขึ้นกับเรามาตลอด เท่าที่จำได้ เราไม่เคยทำให้เพื่อนคนไหนร้องไห้มาก่อนเลย ทั้งๆที่เพื่อนบางคน เล่นซะจนเราอยากจะกรี๊ด หรือไม่ก็ร้องออกมาดังๆซะด้วยซ้ำ หรืออาจจะเพราะ คนเหล่านั้นเป็นเพื่อนของเรา นั่นสินะ...
พอเราคิดได้แบบนี้ เราก็รู้แล้ว ว่าเราควรจะทำยังไง และเราก็เริ่มทำแล้ว โดยการที่ เราก้าวถอยหลัง ออกมา 2 ก้าว จากที่เคยคิดว่าสนิทกันมาก จนตอนนี้เหลือแค่ฐานะ เพื่อนธรรมดา หรือไม่ก้ อาจจะเหลือแค่ เพื่อนรัก หล่ะมั้ง แล้วเราก็คิดว่า ต่อไป ความจริงใจที่เคยใส่ลงไป เราจะหยุดไว้แค่นี้แล้ว หยุดไว้แค่ที่ตัวเรา เพราะสิ่งที่เราทำให้ เค้าไม่เคยรู้เลย ว่าเราไม่เคยประสงค์ร้าย (มันเหนื่อยเกินไป กับการที่จะเทน้ำ ใส่แก้วที่รั่ว เพราะไม่ว่าจะใส่เท่าไหร่ น้ำในแก้วก็ไม่เต็มซักที)
แต่เราก็แอบสงสัยอยู่ดีว่า ในเมื่อเราถอยออกมาแล้ว ทำไมยังไม่พอใจอีก แต่เอาเถอะ ถ้าอยากให้ทำแบบไหน ให้พอใจ ก็บอกแล้วกัน ถ้าได้เข้ามาอ่าน ก็เขียนเอาไว้ในนี้ ว่าอยากให้เราทำยังไง หรือไม่ก็ไม่ต้องพูดอะไร ทำเป็นไม่ต้องรับรู้มันต่อไป เราก็จะทำเป็นไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นเช่นกัน
และจากนี้ไปนะ เพื่อนๆทุกคน ถ้าคุณมีใคร-หรือ-อะไร ที่คุณคิดว่า คุณไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง แล้วต้องขอแรงให้ดิชั้นช่วย ดิชั้นเต็มใจช่วยค่ะ แต่แค่บางเรื่องเท่านั้น เพราะถ้าจะให้ช่วยทุกเรื่องนั้นแล้ว คงจะยาก (เข้าใจกันมั๊ยว่าเรื่องอะไร) เพราะเมื่อคุณเติบโตขึ้น ดิชั้น ไม่ได้อยู่กับคุณตลอดไป และเมื่อคุณปีกกล้าขาแข็งและพร้อมที่จะโผบินขึ้นบนท้องฟ้า ดิชั้น ก็ไม่ได้ร่วมบินไปกับคุณ จงจำเอาไว้
ที่เราพูด เราไม่ได้จะบอกว่า เรา งอน เราโกรธ หรือประชด หรือจะกัดใคร (กรุณาอย่าจับเจ็บแล้วเอาไปเกลียดเราทีหลัง แตุ่ถ้าจะเกลียดเรา ก็เริ่มซะตั้งแต่ตอนนี้เถอะ มันจะได้จบๆไป) เราแค่อยากระบายเท่านั้น เพราะการที่เราจะหันหน้าไปคุยกับใครเรื่องนี้ มันแทบจำเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก เพราะทุกคน มีความคิดต่างกัน และทุกคน ต่างก็ยึดความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง (แม้แต่ตัวเราเอง) เพราะฉนั้น นี่คือการบ่นแบบ เราเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้หวังที่จะให้คนอื่นมาเข้าใจเราเท่าไหร่ เพราะไม่ว่ายังไง ผลที่เกิดตามมา ก็มีแค่ 2 อย่าง คือ บวก กับ ลบ ก็แค่นั้น
ปล. ไม่ต้องเครียดนะ เราถอยเอง ไม่ต้องห่วง
ปปล. เราคิดว่า เราพูด คำว่า ขอโทษ บ่อยเกินไป จนมันกลายเป็นคำที่ดูพร่ำเพรื่อไปแล้ว ต่อไป เราคงจะไม่พูดมันอีก
ปปปล. และตอนนี้ เราก็แค่คิดเฉยๆว่า ทำไม เราต้องพูดคำว่า ขอโทษ กับคนที่คอยจะทำร้ายน้ำใจเราด้วยกิริยา ท่าทาง ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว อยู่ตลอด
จงอย่าคิดว่า คนอย่างเรา มีแต่ความสุขตลอดเวลา
จงอย่าคิดว่า ถ้าทำผิดกับเราแล้ว เราจะอภัยให้ง่ายดายเสมอ เพราะไม่เคยเห็นเราโกรธใคร
จงอย่าคิดว่า เราโกรธใครไม่เป็น
และ จงอย่าคิดว่า ถึงเราจะปากร้าย แต่เราใจดี อย่้าได้ชะล่าใจเป็นอันขาด
เพราะถ้าคุณคิดแบบนี้ ตัวคุณเองนั่นแหละ ที่จะเป็นอันตรายเอง
บ๊ายบายนะคะ